ล้างพิษตับ กับ บ้านสุขภาพดี.com มีทีมงานมืออาชีพ ที่มีสถานที่พัก บรรยากาศดี อุปกรณ์ทันสมัย ใจกลางกรุงเทพ
วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
7 สุดยอดอาหาร อร่อยด้วย แถมประโยชน์เพียบ
7 Things With Super Food (Lisa)
จิตใจแจ่มใส ร่างกาย แข็งแรง ชีวิตมีความสุข หากรู้จักเลือกรับประทานแต่สิ่งที่มีคุณต่อร่างกาย
1. รากบัว
เป็นพืชจำพวกสมุนไพรที่จัดว่าเป็นยา มีฤทธิ์เย็นช่วยลดอาการร้อนใน ทั้งยังช่วยสร้างสมดุลของร่างกายได้จากรากของบัวหลวง สามารถทานได้ทั้งสุกและดิบ รากบัวที่ดีจะมีลักษณะสีขาวอวบใหญ่ ก่อนนำมาประกอบอาหาร ล้างขูดเปลือกนอกออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นแล้วแช่ในน้ำผสมเกลือเล็กน้อย พักไว้ให้สิ่งสกปรกหลุดออก น้ำรากบัวคั้นสด หรือต้มนำไปแช่ให้เย็นแล้วดื่มร่างกายจะสดชื่นทันที เพราะในรากบัวมีสารช่วยดูดซึมความชุ่มชื่นค่ะ
2. ทูน่า
ปลาทะเลที่อุดมด้วยโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์อื่น ๆ แล้วยังมีไอโอดีนช่วยป้องกันโรคคอพอก ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายให้เจริญเติบโตตามวัย ไขมันที่ได้จากปลาทูน่าจัดเป็นไขมันชนิดดีที่จะช่วยป้องกันการสะสมของ "ไขมันอิ่มตัว" หรือ "คอเลสเตอรอล" ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือดอุดตัน รวมถึงทูน่าในแบบกระป๋องก็ยังอุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เท่ากับปลาสด เช่นเดียวกันค่ะ กรดไขมันเหล่านี้ช่วยป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ การอักเสบและการก่อตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือด ปลาทูน่ายังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่อุดมด้วยโปรตีนสูง เทียบเท่าหรือมากกว่าเนื้อสัตว์ บางชนิดถึงสองเท่าในปริมาณที่เท่า ๆ กัน จึงเป็นที่นิยมรับประทานทดแทนเนื้อสัตว์ เต้าหู้ย่อยง่าย ไม่มีคอเลสเตอรอล และราคาก็ไม่แพงจนเกินไป ด้วยความหลากหลายชนิดของเต้าหู้จึงง่ายต่อการเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ มาอร่อยง่ายและเร็วกับเต้าหู้ขาวนิ่มแบบญี่ปุ่น เพียงแกะออกจากห่อใส่ลงในถ้วยนำไปอุ่นในไมโครเวฟเพียงไม่กี่นาที เติมซีอิ๊วญี่ปุ่นเล็กน้อยก็อร่อยได้แล้วค่ะ
4. น้ำมันรำข้าว
ผลผลิตที่สกัดจากรำข้าวที่อุดมด้วยสาระสำคัญทางธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์สูงต่อร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง ลดความเครียดได้อีกด้วย มาเติมเต็มทุกมื้ออร่อยด้วย Ricely น้ำมันรำข้าวแท้ 100% ที่มีสารธรรมชาติ "โอรีซานอล" รวมทั้งมีไฟโตสเตอรอลและวิตามินอี ที่มีฤทธิ์ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ด้วยคุณสมบัติพิเศษไม่มีกลิ่นและไม่มีรส จึงทำให้อาหารทุกจานเข้าถึงรสแท้ของส่วนผสมและเครื่องปรุง ทั้งยังทนความร้อนสูง จึงเหมาะในการนำมาประกอบอาหารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะใช้ทอด ผัด หมัก อบ ย่าง หรือนำมาเป็นส่วนผสมของน้ำสลัด
5. มิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น)
ผลิตผลแปรรูปจากถั่วเหลืองด้วย การหมัก อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ และโปรตีนสูง ยังอุดมด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการถึง 17 ชนิด มีสารชูรสที่มีประโยชน์และกลิ่นหอม ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระหว่างการหมักที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย มิโซะมีรสคล้ายสารสกัดจากเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารทดแทนโปรตีนสำหรับของผู้ที่เว้นการทานเนื้อสัตว์ อร่อยกับน้ำสลัดมีโซะง่าย ๆ โดยละลายมิโซะกับน้ำมันงา น้ำตาลทรายแดง งาบด และเกลือนิดหน่อย ใครชอบรสเปรี้ยวเติมน้ำส้มสายชูเท่านี้ ก็ได้เป็นน้ำสลัดอร่อย ๆ แล้วค่ะ
6. เห็ดหลินจือแดง
ถือเป็นสมุนไพรชั้นสูงที่หายาก คุณสมบัติเทียบเท่ากับ "โสม" เป็นยาอายุวัฒนะที่สามารถคืนพลังให้ชีวิต มีสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ช่วยยืดอายุให้ยืนยาว ช่วยบำรุงร่างกายแล้วยังทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจน และความจำดีขึ้น ช่วยการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคและกำจัดสารพิษให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ อีกทั้งช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง "เห็ดหลินจือแดง" ถือว่าเป็น "สุดยอดแห่งสมุนไพร" ที่เป็นที่ยอมรับกันไปทั่วโลก
7. พรุน
ผลไม้มหัศจรรย์ ที่อุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์สูงมากมีคุณสมบัติทำให้ขับถ่ายได้คล่อง เป็นยาระบายได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยังอุดมด้วยสารอาหารต่าง ๆ มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดง ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลาย มี Anti-oxidant ในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกาย และสมองแก่ตัวช้าลง และมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลง ปัจจุบันมีการนำพรุนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้หรือนมเปรี้ยวที่มีรสชาติอร่อย และได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก Lisa
Credit : www.kapook.com
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
หน้าแรก บ้านสุขภาพดี.com
เกี่ยวกับ บ้านสุขภาพดี.com

ด้วยอุดมการณ์แน่วแน่ของทีมงาน "บ้านสุขภาพดี.com" ที่ได้เล็งเห็นถึงสุขภาพที่ดีของผู้่รักสุขภาพทุกคน ดังนั้น จึงได้จัดทำเว็บไซท์ www.บ้านสุขภาพดี.com ขึ้น เพื่อใช้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ การดูแลสุขภาพ และสาระความรู้เกี่ยวกับการล้างพิษตับ
บ้านสุขภาพดี.com เราเปิดให้บริการล้างพิษตับด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประกาศนียบัตร วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ) เป็นหลักประกันความมั่นใจ
ทำไมต้องล้างพิษตับ
ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่บริโภคอาหารนอกบ้าน การที่สารอาหารที่มีประโยชน์และมีโทษ เข้าสู่ร่างกายเป็นประจำทุกวัน ย่อมต้องสะสมในร่้างกายบ้างไม่มากก็น้อย บางคนก็อาจโชคร้ายเป็นโรคภัยไข้เจ็บ แต่บางคนก็อาจยังโชคดีอยู่ แล้วถ้าหากเราต้องการ ล้างพิษตับ ออกจากร่างกาย เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร
การเตรียมตัวก่อนการล้างพิษตับ
เพื่อให้การ ล้างพิษตับ ได้ผลดี ท่านควรงดบริโภคเนื้อสัตว์ก่อนเข้าคอร์ส ล้างพิษตับ ประมาณ 7 วัน
เข้าคอร์ส ล้างพิษตับ ที่ไหนดี
อันที่จริง ไม่ว่าจะเข้าคอร์ส ล้างพิษตับ ที่ไหนก็คงเหมือน ๆ กัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงให้มากก็คือ
- ผู้จัดคอร์ส ล้างพิษตับ เป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และมีใบประกอบโรคศิลป์ในวิชาชีพนั้น ๆ หรือไม่
- สถานที่ที่จัดคอร์ส ล้างพิษตับ มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องน้ำสะอาด / มีห้องอบซาวน์น่าบริการ ฟรี
- เทคโนโลยีทันสมัย เช่น มีเครื่องทำน้ำด่างอัตโนมัติ
- มีเครื่องวัดความดัน / เครื่องวัดค่ากรด-ด่าง ของน้ำ
- มีสันทนาการให้ผ่อนคลาย เช่น คาราโอเกะ , อินเตอร์เน็ต Wi-Fi ไว้บริการฟรี ฯลฯ
- สถานที่ไม่ไกลจากใจกลางกรุงเทพ
เลือกที่ "บ้านสุขภาพดี.com" เป็นทางเลือก
เลือกที่ "บ้านสุขภาพดี.com" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณ เพราะเรามีทีมงานที่คอยเอาใจใส่ดูแลทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์ทันสมัย สถานที่สะอาด สะดวก ปลอดภัย และอยู่ไม่ไกลเพียง 5 นาที จากเซ็นทรัลรามอินทรา
ทีมงาน บ้านสุขภาพดี.com หวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากทุกท่าน ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ค่ะ
อาจารย์ ปานเทพนอกจากชำนาญเรื่องสันปันน้ำแล้ว ยังชำนาญเรื่องสุขภาพอีกโดยการลงมือทำและได้มีหนังสือ เรื่อง กิน ดื่ม ด่าง ล้างพิษตับคะ สนใจหาซื้อมาอ่านได้นะคะ ถ้าจะหาที่ไหนไม่ได้ให้ไปที่ สันติอโศก หรือ ร้าน บุญอั่งเปานะคะ เพราะเพิ่งได้มาคะ
วันเปิดตัวหนังสือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซื้อไม่ได้คะคิวยาวววววว ม๊าก ๆ ๆ คะไม่คิดว่าอาจารย์ปานเทพของลุงป้าจะมีแฟน ๆ เยอะขนาดนี้ อีกอย่างสูตรนมถั่วเหลืองของอาจารย์ปานเทพสุดยอดคะ เพราะพิสูจน์แล้วด้วยตนเองคะ เพราะวัยทอง ร้อน ๆ หนาว ๆ คะ อ่านหนังสือว่ามีอาการอย่างนี้ต้องกินมนถั่วเหลือง แต่กินแต่ถั่วเหลืองอย่างเดียวไม่ได้เพราะ อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา ท่านเขียนในหนังสือนาฬิกาชีวิต เมื่อสูตรของอาจารย์ ปานเทพมา ก็ทำตามที่ อาจารย์บอก
วันก่อน อาจารย์ มณีรัตน์มาเยี่ยมที่บ้านยังได้ให้อาจารย์ มณีรัตน์ทดลองทานนมสูตร อ.ปานเทพแต่ลืมถามว่าอร่อยไหม กินนมถั่วเหลืองกับน้ำมะพร้าวคะ 3 อาทิตย์ดีขึ้น และ กลับมาเป็นปกติคะ ประจำเดือนที่หายไปกลับมาปกติคะ กินมา เกือบสองเดือนเริ่มเบื่อ หยุดกิน 2 อาทิตย์กลับมีอาการเหมือนเดิมอีก เลยกลับมากินอีกตอนนี้กินอีก สองเดือนแล้วลองหยุดใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าใช่ไหม
ในที่สุด พิสูจน์แล้วว่า นมถั่วเหลืองสูตร อาจารย์ ปานเทพกับน้ำมะพร้าวใช้ได้ผล กับอาการ วัยทองของดิฉันคะ ทานนมถั่วเหลือง 2-3 แก้ว น้ำมะพร้าว 2-3 ลูกต่อวัน ขอบอกคะ เจ๋งจริงคะ ใครที่มีอาการวัยทอง อย่ากินฮอร์โมนเลยนะคะ ลองเอาสูตรนี้ไปทำทานนะคะ เราขอเป็นทางเลือกสำหรับสุขภาพของท่านในอนาคต หันมาดูแลสุขภาพกันเถอะคะ เราคือทางเลือก แต่ท่า่นเลือกทาง

สนใจจองหลักสูตรคอร์ส ล้างพิษตับ คลิกที่นี่
ดาวน์โหลด ใบสมัคร คลิกที่นี่

ติดต่อ-แผนที่ บ้านสุขภาพดี คลิกที่นี่
ก่อนจะมาเป็น "บ้านสุขภาพดี.com"
และความในใจของทีมงาน
สวัสดีคะ สำหรับทุกท่านที่มาเยี่ยมชม บ้านสุขภาพดี. com เป็นธรรมเนียมที่จะต้องเอ่ยถึงที่มาที่ไปนะคะว่าทำไมถึงสนใจเรื่องสุขภาพ
ดิฉันคิดว่า คงคล้ายกับหลายท่าน ที่เป็นพันธมิตร ที่มาดูแลตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อนสนิทมิตรสหายร่วมรบ แรก ๆ ก็คิดว่าจะสู้กับคน หรือกับโรค เราต้องแข็งแรง เริ่มจากได้ฟังอาจารย์ขวัญดินจาก ASTV. และจองคอร์สไป ล้างพิษตับที่โรงเรียนผู้นำ ตอนนั้นจองสามเดือน ไปทำหลักสูตร 5 วัน
หลังจากกลับมาก็มาเปิดคอร์ส ล้างพิษตับภายในบ้าน ทำให้พี่สาว ลูก และสามี และมีโอกาสทำให้กับเพื่อนของพี่สาว ที่มีอาการป่วย โดยหาสาเหตุไม่เจอ มีอาการ ท้องไม่ถ่าย ปวดท้องตอนห้าทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แน่นท้องอาหารไม่ย่อย อ่อนแรง น้ำหนักตัวน้อยกวาาปกติ เลยชวนมา ล้างพิษตับ กว่าจะมาได้ก็อ้อนวอนอยู่นานทีเดียว
เมื่อมาทำครั้งแรกมีน้ำมันสีเขียวมรกต เชียวแหละขอบอก เมื่อถามจากผู้รู้ที่เป็นแพทย์ (หมอแผนไทยและแผนปัจจุบันคนเดียวกันคะ) สีเขียวน่าจะเป็นถุงน้ำดีอักเสบ มาดูนาฬิกาชีวิต เอ้าที่พี่ท่านชอบปวดท้องตอนห้าทุ่มเป็นเวลาที่ถุงน้ำดีเธอทำงานนี่นา โดยเรียนจากหนังสือของอาจารย์ อ. สุทธิวัสส์ คำภา ระหว่างนั้นคิดในใจขอบพระคุณหนังสือของอาจารย์คะ มีหลายเล่มคะ ซื้อได้ที่ ร้านธรรมทัศน์สมาคม ที่สันติอโศก ถนนนวมินทร์ 48 คะ
จากนั้น ได้ให้คุณหมอแผนไทยช่วย ดูเรื่องการไม่ถ่าย อาหารไม่ย่อย และการนวดกดจุดลมปราน ทำคู่ไปกับการทานอาหาร ตามสูตรของหมอเขียว ปรับสมดุลของร่างกาย และทำการล้างพิษ
ปัจจุบันล้างครั้งที่ 4 แล้วคะ ตอนนี้สุขภาพดี หน้าตาสดใสขึ้น และมีเพื่อน ๆ ของพี่เค้าอีก 2 คนมีีอาการป่วยเหมือนกัน มาทำได้ 2 ครั้งอาการดีขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจ จับมือกับคุณหมอแพทย์แผนไทย มาทำกันเถอะ ทั้งสองคนก็ทุบกระปุก ปรับปรุงบ้านคะ เพื่อมาเป็นทางเลือกให้กับท่านที่ศรัทธาในสูตร ล้างพิษตับของ อ. ขวัญดิน อ. แก่นฟ้า
ส่วนของหมอเขียวเป็นสูตรอาหารใช้ปรับสมดุลหลังจากล้างพิษ จะขอส่งความขอบคุณหมอเขียวทางบทความนี้ที่มีหนังสือดี ๆ มาให้อ่าน กิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถดูใน ยูทูป ได้ ขอบคุณทีมงานคะ
ดิฉันคิดว่า คงคล้ายกับหลายท่าน ที่เป็นพันธมิตร ที่มาดูแลตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อนสนิทมิตรสหายร่วมรบ แรก ๆ ก็คิดว่าจะสู้กับคน หรือกับโรค เราต้องแข็งแรง เริ่มจากได้ฟังอาจารย์ขวัญดินจาก ASTV. และจองคอร์สไป ล้างพิษตับที่โรงเรียนผู้นำ ตอนนั้นจองสามเดือน ไปทำหลักสูตร 5 วัน
หลังจากกลับมาก็มาเปิดคอร์ส ล้างพิษตับภายในบ้าน ทำให้พี่สาว ลูก และสามี และมีโอกาสทำให้กับเพื่อนของพี่สาว ที่มีอาการป่วย โดยหาสาเหตุไม่เจอ มีอาการ ท้องไม่ถ่าย ปวดท้องตอนห้าทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แน่นท้องอาหารไม่ย่อย อ่อนแรง น้ำหนักตัวน้อยกวาาปกติ เลยชวนมา ล้างพิษตับ กว่าจะมาได้ก็อ้อนวอนอยู่นานทีเดียว
เมื่อมาทำครั้งแรกมีน้ำมันสีเขียวมรกต เชียวแหละขอบอก เมื่อถามจากผู้รู้ที่เป็นแพทย์ (หมอแผนไทยและแผนปัจจุบันคนเดียวกันคะ) สีเขียวน่าจะเป็นถุงน้ำดีอักเสบ มาดูนาฬิกาชีวิต เอ้าที่พี่ท่านชอบปวดท้องตอนห้าทุ่มเป็นเวลาที่ถุงน้ำดีเธอทำงานนี่นา โดยเรียนจากหนังสือของอาจารย์ อ. สุทธิวัสส์ คำภา ระหว่างนั้นคิดในใจขอบพระคุณหนังสือของอาจารย์คะ มีหลายเล่มคะ ซื้อได้ที่ ร้านธรรมทัศน์สมาคม ที่สันติอโศก ถนนนวมินทร์ 48 คะ
จากนั้น ได้ให้คุณหมอแผนไทยช่วย ดูเรื่องการไม่ถ่าย อาหารไม่ย่อย และการนวดกดจุดลมปราน ทำคู่ไปกับการทานอาหาร ตามสูตรของหมอเขียว ปรับสมดุลของร่างกาย และทำการล้างพิษ
ปัจจุบันล้างครั้งที่ 4 แล้วคะ ตอนนี้สุขภาพดี หน้าตาสดใสขึ้น และมีเพื่อน ๆ ของพี่เค้าอีก 2 คนมีีอาการป่วยเหมือนกัน มาทำได้ 2 ครั้งอาการดีขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจ จับมือกับคุณหมอแพทย์แผนไทย มาทำกันเถอะ ทั้งสองคนก็ทุบกระปุก ปรับปรุงบ้านคะ เพื่อมาเป็นทางเลือกให้กับท่านที่ศรัทธาในสูตร ล้างพิษตับของ อ. ขวัญดิน อ. แก่นฟ้า
ส่วนของหมอเขียวเป็นสูตรอาหารใช้ปรับสมดุลหลังจากล้างพิษ จะขอส่งความขอบคุณหมอเขียวทางบทความนี้ที่มีหนังสือดี ๆ มาให้อ่าน กิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถดูใน ยูทูป ได้ ขอบคุณทีมงานคะ
ส่วนท่านอาจารย์ขวัญดิน ท่านก็ปรับสูตรการล้างพิษตับ เพื่อให้ศิษย์ได้เรียนรู้ และปรับใช้ตามความเหมาะสม สิ่งที่ลืมไมได้อีกท่านหนึ่งคะ คือ อาจารย์ ปานเทพ
ณ. สันปันน้ำ นามสกุลนี้คุณ สนธิ ลิ้มทองกุล ตั้งให้คะ ดิฉันชอบคะเลยขอเรียกด้วยคน
อาจารย์ ปานเทพนอกจากชำนาญเรื่องสันปันน้ำแล้ว ยังชำนาญเรื่องสุขภาพอีกโดยการลงมือทำและได้มีหนังสือ เรื่อง กิน ดื่ม ด่าง ล้างพิษตับคะ สนใจหาซื้อมาอ่านได้นะคะ ถ้าจะหาที่ไหนไม่ได้ให้ไปที่ สันติอโศก หรือ ร้าน บุญอั่งเปานะคะ เพราะเพิ่งได้มาคะ
วันเปิดตัวหนังสือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซื้อไม่ได้คะคิวยาวววววว ม๊าก ๆ ๆ คะไม่คิดว่าอาจารย์ปานเทพของลุงป้าจะมีแฟน ๆ เยอะขนาดนี้ อีกอย่างสูตรนมถั่วเหลืองของอาจารย์ปานเทพสุดยอดคะ เพราะพิสูจน์แล้วด้วยตนเองคะ เพราะวัยทอง ร้อน ๆ หนาว ๆ คะ อ่านหนังสือว่ามีอาการอย่างนี้ต้องกินมนถั่วเหลือง แต่กินแต่ถั่วเหลืองอย่างเดียวไม่ได้เพราะ อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา ท่านเขียนในหนังสือนาฬิกาชีวิต เมื่อสูตรของอาจารย์ ปานเทพมา ก็ทำตามที่ อาจารย์บอก
วันก่อน อาจารย์ มณีรัตน์มาเยี่ยมที่บ้านยังได้ให้อาจารย์ มณีรัตน์ทดลองทานนมสูตร อ.ปานเทพแต่ลืมถามว่าอร่อยไหม กินนมถั่วเหลืองกับน้ำมะพร้าวคะ 3 อาทิตย์ดีขึ้น และ กลับมาเป็นปกติคะ ประจำเดือนที่หายไปกลับมาปกติคะ กินมา เกือบสองเดือนเริ่มเบื่อ หยุดกิน 2 อาทิตย์กลับมีอาการเหมือนเดิมอีก เลยกลับมากินอีกตอนนี้กินอีก สองเดือนแล้วลองหยุดใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าใช่ไหม
ในที่สุด พิสูจน์แล้วว่า นมถั่วเหลืองสูตร อาจารย์ ปานเทพกับน้ำมะพร้าวใช้ได้ผล กับอาการ วัยทองของดิฉันคะ ทานนมถั่วเหลือง 2-3 แก้ว น้ำมะพร้าว 2-3 ลูกต่อวัน ขอบอกคะ เจ๋งจริงคะ ใครที่มีอาการวัยทอง อย่ากินฮอร์โมนเลยนะคะ ลองเอาสูตรนี้ไปทำทานนะคะ เราขอเป็นทางเลือกสำหรับสุขภาพของท่านในอนาคต หันมาดูแลสุขภาพกันเถอะคะ เราคือทางเลือก แต่ท่า่นเลือกทาง
![]() |
| ดาวน์โหลดใบสมัคร ล้างพิษตับ กับบ้านสุขภาพดี |
สนใจ ล้างพิษตับ อ่านต่อ

สนใจจองหลักสูตรคอร์ส ล้างพิษตับ คลิกที่นี่

ติดต่อ-แผนที่ บ้านสุขภาพดี คลิกที่นี่
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
อายุยืนต้องกิน“ผัก“ “ผัก“ครึ่ง อย่างอื่นครึ่ง...ก็ยืนได้
2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไป "อีสาน" ลงสนามบิน "ขอนแก่น" รถวิ่งเข้าไปในเมืองผ่านตลาด และสถานีรถ บ.ข.ส.ไปหน่อย เห็นอนุสาวรีย์ยืนตระหง่านในสวนสุขภาพ ท่านคือ "จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์" พลันให้นึกถึงคุณูปการที่ท่านได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นถนน 4 เลน รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำ ไฟฟ้า และการชลประทาน ยังความเจริญมาสู่ชาวอีสานโดยแท้ คำขวัญในขณะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคือ "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ" ซึ่งคนรุ่นๆ บวกลบก่อนหน้าหลัง 10 ปี กับผู้เขียนคงคุ้นๆ หู นำมาสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศอย่างทั่วถึง...
ไป 3 จังหวัดครั้งนี้ มีเป้าหมายคือ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ 3 วัน 3 จังหวัด ได้รับการต้อนรับด้วยดีจาก นพ.คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นพ.สุริยา รัตนปริญญา นายแพย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม และ นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กาฬสินธุ์ เป็นการติดตามเรื่องเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของท่าน นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร คุณดวงลภา กุดนอก รพ.สต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร และคุณหมออัครพล คุรุศาสตรา แห่ง รพ.มุกดาหาร
เรื่องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้ ผู้เขียนประทับใจกับความตั้งใจของทั้งสามท่านในการดูแลสุขภาพของประชาชนเรื่องเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทั้งในเรื่องของการป้องกันและการรักษา แต่ที่ประทับใจจนอยากจะบอกต่อคือ การรณรงค์ให้ชาวบ้านออกกำลังกาย ฝึกจิตใจด้วยการปฏิบัติธรรม และรณรงค์ให้คนในหมู่บ้านกิน "ผัก" เป็นหลัก ด้วยการใช้กระบวนการสื่อสารตามทฤษฎี "กระสุนปืน" คือยิงซ้ำๆ บ่อยๆ ใส่สมองคนให้เกิดความ "เชื่อ" ด้วยข้อมูลที่เราต้องการซึ่งคุณดวงลภา กุดนอก เธอใช้ทฤษฎีนี้จนประสบความสำเร็จ ด้วยการ "แจกผัก" ให้ชาวบ้านเป็นรางวัล แจกจริงให้จริง ทุกๆ ครั้งที่มีกิจกรรม ไม่ว่าจะประกวดแข่งขันอะไร รางวัลที่ให้สำหรับผู้ชนะเลิศและผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็น "ผัก" เท่านั้น
ผู้เขียน "ทึ่ง" และ "ประทับใจ" ได้สอบถามแนวคิดและที่มา เธอบอกว่าการทำงานด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการปลูกฝังแนวคิดชาวบ้านต้องไม่แยกส่วน ยิ่งเรื่อง 3อ. 2ส. ต้องให้เป็นเนื้อเดียวกัน เธอเริ่มต้นด้วย อ.ออกกำลังกาย คือการรณรงค์ให้ชาวบ้านออกมาวิ่ง ซึ่งในการวิ่งจะได้ทั้งเรื่องอารมณ์ และเมื่อวิ่งเสร็จรางวัลที่ให้ก็จะเป็นผักเท่านั้น ทั้งประเภทผักพร้อมกินและพันธุ์ผักที่สามารถนำไปปลูกกินเองได้ และคนออกกำลังกายก็จะไม่เสียเวลาไปกับการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ สรุปแล้วครบถ้วนทุก อ.จริงๆ
เมื่อฟังแนวคิดแจกผักของคุณดวงลภา ผู้เขียนก็นึกถึงว่า สัตว์หลายประเภทที่กินผักล้วนมีอายุยืนยาว เลยลองตั้งคำถามกับผู้ร่วมประชุมซึ่งเป็นหมออนามัยกว่า 300 ชีวิตว่า...
เต่ากินอะไร?...ทุกคนตอบว่า "ผักบุ้ง" ถามว่า เต่าอายุยืนกี่ปี? ทุกคนตอบว่า 100 ปี หรือมากกว่าร้อยปี
ช้างกินอะไร?...คำตอบที่ได้คือ "กินอ้อย กินกล้วย" ถามต่อว่า "มันตัวใหญ่ แข็งแรงดีไหม แรงเยอะไหม?" ทุกคนตอบว่า...เยอะ
ม้ากินอะไร?...ทุกคนตอบว่า "กินหญ้า"...แข็งแรงวิ่งเร็วดีไหม ทุกคนตอบว่า วิ่งแข่งเร็ว แข็งแรงมากๆ ใช่ไหม? ทุกคนตอบว่า...ใช่
ยีราฟกินอะไร?...สูงไหม?...สูงค่ะ
มาถึงคำถามสำคัญ "คน"...กินอะไร? ทุกคนตอบพร้อมเพรียงว่า "ทุกอย่าง" ถามต่อว่า อายุยืนไหม? แข็งแรงไหม? ตัวใหญ่ไหม?...คำตอบคือเสียงหัวเราะครืนลั่นห้อง
ผักเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะในแง่ของวิตามินและเกลือแร่ ที่จำเป็นต่อโภชนาการ (Nutrition) ของมนุษย์ การเลือกบริโภคผัก ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเป็นประจำ ร่างกายจะได้รับวิตามิน และเกลือแร่พอเพียง
"ผัก" นอกจากจะให้อาหารประเภทโปรตีนที่ให้ความเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้พลังงาน และความอบอุ่นต่อร่างกาย ให้วิตามินและเกลือแร่ที่เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว ผักยังมีปริมาณน้ำสูงมีเซลลูโลส (Cellulose) หรือกากอาหาร (fiber) ซึ่งสารนี้ช่วยเสริมกิจกรรมการย่อยอาหารและขับถ่ายของร่างกายให้เป็นปกติ ยิ่งไปกว่านั้นผักบางชนิด เช่น พริก ความเผ็ดของพริกยังใช้เป็นเครื่องชูรส และเครื่องกระตุ้นให้เรารับประทานอาหารได้เอร็ดอร่อยขึ้น ผักหลายชนิดใช้สกัดทำสีย้อมอาหารให้น่ารับประทานขึ้น และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกาย เช่น ดอกอัญชันใช้สกัดสีม่วง ใบเตย ใช้สกัดสีเขียวใบไม้ เป็นต้น
"ผักครึ่ง...อย่างอื่นครึ่ง...คืออะไร?" "ผัก" ในที่นี้หมายถึง พืชชนิดต่างๆ ที่ไว้ทำเป็นอาหาร ซึ่งอาจจะเป็นใบ ลำต้น ดอก ผล หรือราก นอกจากนี้ยังหมายถึง เห็ด สาหร่าย และผลไม้ชนิดต่างๆ "อย่างอื่น" ในที่นี้หมายถึง ส่วนที่เป็นอาหารพวกแป้งเป็นหลัก ได้แก่ ข้าว ถั่ว งา เผือก มัน และรวมถึงเนื้อสัตว์ และไขมันเพียงเล็กน้อย
หลักการ...กินผักและผลไม้ให้ได้ครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ หรือประมาณกิโลกรัม/วัน เป็นประจำจะช่วยลดความดัน เบาหวาน...ที่สำคัญคือ... "มะเร็ง" ได้ด้วย
สงสัยว่า ทำไมต้องกินผักครึ่ง...อย่างอื่นครึ่ง..?? ที่กิน
กินเพราะ...มะเร็งเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับหนึ่ง
กินเพราะ...หนึ่งในสามของคนเป็นมะเร็ง มีสาเหตุมาจากอาหาร
กินเพราะ...ในผัก ผลไม้ มีวิตามิน เกลือแร่ กากใย หน้าที่ของวิตามินเกลือแร่ คือทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเกิด "สมดุล" ทำให้การควบคุมการทำงานของอวัยวะเป็นไปอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง วิตามินบีช่วยบำรุงระบบประสาทรับรู้ ทำให้ความจำดีขึ้น วิตามินซี อี เบต้าแคโรทีน มี "สารต้านมะเร็ง" ที่สำคัญช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค และป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่เซลล์ เกลือแร่ที่สำคัญ ได้แก่ สังกะสี และซิลิเนียม ช่วยต้าน "อนุมูลอิสระ" ป้องกันมะเร็งได้
กินเพราะ...ผัก ผลไม้ มีกากใย ซึ่งจะดูดซึมสารพิษ หรือสารอาหารที่เป็นส่วนเกิน ได้แก่ ไขมัน น้ำตาล ทำให้ลำไส้ไม่มีสิ่งหมักหมม ช่วยลดมะเร็งลำไส้ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรคเบาหวาน ความดันด้วย
กินเพราะ...ผัก ผลไม้ มีน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ ประมาณ 70-80% และเป็นน้ำที่ไม่มีสารพิษ หรือมีแต่น้อยมาก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
กินเพราะ...ถ้าไม่เน้นผักครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารในแต่ละวัน คุณก็จะหลงไปทานแต่แป้ง น้ำตาล ไขมัน และเนื้อสัตว์ แล้วทานผัก "นิดเดียว" หรือ "ไม่ทาน" เลย
กินเพราะ...วันนี้ คุณควรจะรู้ว่า "ผักต้านมะเร็ง" คือ ใบเขียว ผักที่มีสีเข้ม ส้ม แดง ผักตระกูลกะหล่ำ ส้ม มะนาว หอม กระเทียม และผลไม้หลากชนิด เพราะ...ผลงานวิจัยทั่วโลกมีมากและน่าเชื่อถือ พอที่จะบอกคนว่า "อภินิหารต้านมะเร็ง" จากพืชผักผลไม้ นอกจากมีเส้นใยอาหารแล้ว ยังประกอบไปด้วย "สารต้านมะเร็งอีกมากมาย" หลายชนิดที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เส้นใยอาหาร โดยทั่วไปหมายถึงสารจากพืชที่ไม่ย่อยสลายด้วยเอนไซม์ในทางเดินอาหารของ "คน"
"อาหารดี" ประกอบไปด้วย พืช ผัก ผลไม้ ธัญพืช เครื่องเทศ เห็ด และใบชา เป็นแหล่งให้สารอาหารต้านมะเร็งที่สำคัญเพราะมีใยอาหาร มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ซี อี และสารพวก Phytochemical/phytonutrient มากมาย ออกฤทธิ์เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และออกฤทธิ์ผ่านขบวนการต่างๆ ทำให้สามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งและเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง จัดแบ่งเป็นกลุ่มได้ดังนี้
สารคลอโรฟิลล์พบในพืชใบเขียว เช่น คะน้า กะหล่ำ ผักใบเขียว บร็อกโคลี ผักกาดขาว และสาหร่าย
สารแคโรทีนอยด์ พบในพืชที่มีสีส้ม-เหลือง แดง-ส้ม เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ มะนาว และผักใบเขียว
สารแอนโทไซยานิติน พบในพืชสีน้ำเงิน ม่วงแดง เช่น หัวบีท เชอรี่ องุ่น และกะหล่ำม่วง
สารเหล่านี้มีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้คือ ต้านอนุมูลอิสระ ดูดซับสารพิษ ต้านการอักเสบและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันเซลล์จากรังสียูวี ช่วยการไหลเวียนโลหิต และลดคอเลสเตอรอลได้อย่างดี
ที่ลืมไม่ได้ต้องบอกสู่กันฉันมิตรในฐานะ "คนบ้านนอก" รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ท่านมีอายุยืนก็เพราะกินอยู่แบบบ้านๆ ทั้ง ผักพื้นบ้าน อาหารริมรั้ว เช่น ตำลึง กระถิน มะระ กระเพรา ตะไคร้ มะละกอ กล้วย ฟักทอง ขี้เหล็ก มะขาม เป็นทั้ง "อาหารและยา" เรียกว่า "ทูอินวัน" เลยทีเดียว นอกจากต้านมะเร็งให้ภูมิคุ้มกันโรคแล้ว ยังลดเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ สมอง และไขมันในเลือดสูง หลักการสำคัญในการรับประทาน ควรมี "ความหลากหลาย" ช่วยสร้าง "สมดุล" สารอาหาร และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ ปริมาณอาหารพอดีๆ เน้นความสะอาดเป็นหลัก มีคุณภาพและปลอดสารพิษ
ผู้เขียนอยากบอกว่า จงดู "เต่า ช้าง ม้า ยีราฟ" เป็นต้น และ "สุนัข แมว" ยามป่วยแกกิน "หญ้า" รักษาโรคนะ และจงช่วยกันจำนะว่า "You are what you eat" คุณเป็นอย่างไรก็อยู่ที่คุณกิน
แฮ่ม! แต่ห้ามลืมนะครับว่า กินผักผลไม้ต้องเลือกกินที่สะอาดจะได้ครบสูตรทั้งสุขภาพดี และมีความปลอดภัยจากสารเคมีนะครับ
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.photos.com/
และเครดิต www.sanook.com
6 วิธีดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
| โดย...ศ.พญ.นันทิกา ทวิชาชาติ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการเลขานุการ มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย ปัญหาหนึ่งของผู้สูงอายุที่สังคมไทยต้องช่วยกันดูแลอย่างจริงจัง คือ โรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นภาวะที่พบมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากโครงสร้างประชากรของไทยในปัจจุบัน มีสัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาโรคอัลไซเมอร์ แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะสำหรับตัวผู้ป่วยเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว คนรอบข้าง และสังคมอย่างที่เรานึกไม่ถึงกันเลยทีเดียว ซึ่งเราอาจจะเคยเห็นข่าวกันอยู่บ่อยๆ ที่ผู้สูงอายุออกไปนอกบ้านลำพังหรือพลัดหลงกับบุตรหลานแล้วไม่สามารถตามตัวกลับบ้านได้ บางคนก็ถูกบุตรหลานทอดทิ้ง บางคนอาจประสบอุบัติเหตุหรือต้องกลายเป็นบุคคลคนเร่ร่อนไป ในปัจจุบันผู้สูงอายุที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จำนวนมากถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ทั้งๆที่คนเหล่านี้ในอดีตเคยเป็นกำลังสำคัญในการเลี้ยงดูครอบครัว และทำงานสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติของเรา | ||||
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าสาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรม รวมถึงปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย เช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม สารพิษ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และการติดเชื้อบางชนิด เป็นต้น จากการศึกษาในประชากรผู้สูงอายุไทย พบความชุกของโรคอัลไซเมอร์ ร้อยละ 1-2 ในกลุ่มประชากรอายุ 60-69 ปี และพบความชุกเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในทุกๆช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น 5 ปี สำหรับผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไป โดยพบความชุกของโรคอัลไซเมอร์สูงที่สุดในกลุ่มประชากรที่มีอายุระหว่าง 70-80 ปี ประมาณร้อยละ12 ทั้งนี้มีการประมาณการว่าน่าจะมีจำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในประเทศไทยประมาณ 665,287 คน สำหรับการรักษาโรคอัลไซเมอร์ในขณะนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยยาต่างๆ ที่ใช้รักษาโรคนี้ ช่วยเพียงแค่ควบคุมอาการของโรคเท่านั้น ดังนั้น ผู้ป่วยโรคนี้จึงต้องมีผู้ดูแล ซึ่งถือได้ว่าผู้ดูแลมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งนี้ผู้ดูแลจึงมีส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับยารักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ โดยการพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ตามที่แพทย์นัดและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอาการของผู้ป่วยแก่แพทย์ผู้รักษาอย่างดีที่สุด แนวทางการดูแลผู้ป่วยสำหรับผู้ดูแล มีดังนี้ | ||||
2.ผู้ดูแลมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน เนื่องจากผู้ป่วยอาจสูญเสียความสามารถในการจำ เช่น การรับประทานอาหาร บางครั้งผู้ป่วยอาจจะจำไม่ได้ว่าตนเองรับประทานอาหารหรือยัง ดังนั้นผู้ดูแลจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลเรื่องกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การขับถ่ายอย่างถูกสุขอนามัย การอาบน้ำ สวมใส่เสื้อผ้า รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้านเพื่อไม่ให้เกิดการพลัดหลงกัน 3.การใช้ยาและพาไปพบแพทย์ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์บางรายอาจจำเป็นต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิต-ประสาท เช่น ยาที่ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า ก้าวร้าว ฯลฯ โดยผู้ดูแลควรช่วยในเรื่องการรับประทานยาให้สม่ำเสมอ และพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ตามที่แพทย์นัด ตลอดจนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยเพื่อแจ้งแก่แพทย์ผู้รักษาทราบได้อย่างถูกต้อง 4.สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยสำหรับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ คือ อุบัติเหตุ ดังนั้น ผู้ดูแลควรระมัดระวังและดูแลสถานที่ บ้านพักอาศัยให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย 5. การดูแลด้านจิตใจและอื่นๆ ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือด้านจิตใจของผู้ป่วยได้ โดยการให้กำลังใจ การให้รับประทานอาหารให้พอเพียงและถูกหลักโภชนาการ ดูแลเรื่องการออกกำลังกายตามความเหมาะสม รวมถึงการมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การพาออกนอกบ้านเพื่อทำกิจกรรมหรือการเข้ากลุ่มกับผู้สูงอายุด้วยกัน หากผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อยู่ในช่วงระยะเริ่มต้นซึ่งความจำยังไม่บกพร่องมาก ควรหากิจกรรมฝึกความจำให้กับผู้ป่วยเพื่อช่วยชะลออาการของภาวะสมองเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ได้ 6. นอกจากการดูแลผู้ป่วยแล้ว ตัวผู้ดูแลเองก็ควรจะดูแลร่างกายและจิตใจของตนเองด้วย เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ตลอดเวลาอาจก่อให้เกิดความเครียดหรือปัญหาด้านอารมณ์ บางครั้งผู้ดูแลอาจรู้สึกผิด ไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นนอกจากผู้ดูแลจะมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์แล้ว ต้องดูแลสุขภาพจิตของตนเองด้วย เนื่องจากผู้ดูแลมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ดังนั้น มูลนิธิโรคอัลไซเมอร์แห่งประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ให้แก่ญาติผู้ป่วยหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เป็นประจำทุกปี ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน โดยเชิญทีมวิทยากรที่หลากหลายจากหลายหน่วยงานมาให้ความรู้ พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมาย หากผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารการรับสมัครได้ที่ www.alz.or.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร.02 644-5499 ต่อ 138 ขอขอบคุณข้อมูลและภาพในข่าวจาก www.manager.co.th Credit : www.manager.co.th |
วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
“นวัตกรรมเซลล์บำบัด-สเต็มเซลล์” ธุรกิจหลอกคนรวย!? มาเฟียธุรกิจ “เจ๊ ด.” เอี่ยวหนุน “Stem cell” (ตอนจบ)
|
“นวัตกรรมเซลล์บำบัด-สเต็มเซลล์” ธุรกิจหลอกคนรวย!? แพทยสภา!ปลุกคนไทยอย่าตกเป็นเหยื่อ (ตอนที่ 4)
|
สมัครสมาชิก:
บทความ
(
Atom
)
